
Cape Town Marathon 2025: My Story and Info
My Story
ผมหลับตาลงซักพักแล้ว ในหัวตอนนี้มีแต่ภาพและเรื่องราวการวิ่งที่กำลังเกิดขึ้นริมชายหาดเมืองเคปทาวน์ ประเทศแอฟริกาใต้ ขาที่อ่อนล้าและหมดเรี่ยวแรงยังคงก้าวไปข้างหน้าท่ามกลางแดดช่วงใกล้เที่ยงที่ทำหน้าที่ของมันได้เป็นอย่างดี ตอนนี้ระยะทางข้างหน้าเหลือไม่ถึง 100 เมตร ผมกำลังก้าวเข้าเส้นชัยเป็นครั้งแรกในการวิ่งมาราธอนที่ทวีปแอฟริกา
————————————————————————————————–
แดดยามสายเริ่มลอดเข้ามาตามรอยต่อของผ้าม่าน เปลือกตาที่หนักอึ้งของผมยังปิดอยู่ นี่คือความจริงหรือความฝัน นี่คือวันแข่ง หรือ คือ วันพัก ความคิดที่อยู่ในหัวเริ่มก่อตัวและพยายามแย่งชิงพื้นที่ความจริง
ผมลืมตาขึ้นหลังจากงีบหลับไปสองชั่วโมงและพบว่าเสื้อกางเกงชุดวิ่ง, เบอร์วิ่ง และ อุปกรณ์การวิ่งที่เตรียมไว้ทั้งหมดเมื่อคืนยังไม่ถูกใช้และนอนนิ่งอยู่บนโต๊ะวางทีวี ในห้องของโรงแรมที่ผมพัก ใช่แล้วงานวิ่งถูกยกเลิก เราไม่ได้วิ่ง และ ก็เลยกลับไปนอนต่อเอาแรง ภาพเหตุการณ์ช่วงเช้ามืดเริ่มถูกสมองจัดลำดับและเรียบเรียงตามที่เกิดขึ้นจริง
————————————————————————————————–
เช้าวันแข่งเสียงนาฬิกาปลุกดังตามเวลาที่ผมตั้ง ผมตื่นเพื่อ อาบน้ำเตรียมตัวไปที่จุด start โทรศัพท์ถูกยื่นมาให้ผมเพื่อรับรู้ถึงคำประกาศและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเช้าวันนั้น และนี่คือถ้อยคำในประกาศเช้าวันแข่ง
“Attention: Due to safety reasons, the Sanlam Cape Town Marathon has been cancelled. Please DO NOT report to the start. The Event will NOT go ahead.”
หลังจากอ่านประกาศนี้ ความรู้สึกหลายอย่างเกิดขึ้น ทั้งเศร้า เสียใจ เสียดาย แต่ก็ เข้าใจว่านี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นได้ และ มันเกิดไปแล้ว ผมตัดสินใจไม่ทำอะไรต่อ และไม่ไปที่จุด Start ผมกลับไปใส่ชุดนอน ผมหลับตาลง แต่ในหัวตอนนี้มีแต่ภาพและเรื่องราวการวิ่งที่น่าจะกำลังเกิดขึ้น
————————————————————————————————–
Info/ ข้อมูลทั่วไป


แอฟริกาใต้ หรือ ชื่อทางการคือ สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ (Republic of South Africa) มีเมืองหลวงสามเมือง คือ Pretoria, Cape Town และ Bloemfontein และมีเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและมีประชากรอาศัยอยู่มากที่สุด คือ Johannesburg ประชากรรวมทั้งประเทศประมาณ 64 ล้านคน มีภาษาราชการทั้งหมด 12ภาษา รวมถึงภาษาอังกฤษ
แอฟริกาใต้มีที่ตั้งของประเทศอยู่ที่ปลายใต้สุดของทวีปแอฟริกา และเป็นจุดบรรจบกันของสองมหาสมุทรคือ มหาสมุทรแอตแลนติก และมหาสมุทรอินเดีย
การเดินทางและการเข้าประเทศ
ผู้ถือหนังสือเดินทางประเทศไทย สามารถเดินทางเข้าประเทศแอฟริกาได้โดยไม่ต้องขอ visa และสามารถอยู่ในประเทศได้ไม่เกิน 30 วัน
เที่ยวบินจากสนามบินสุวรรณภูมิกรุงเทพ ไป สนามบินนานาชาติเคปทาวน์มีให้เลือกหลากหลายสายการบิน เช่น Qatar Airways, Emirates, Ethiopian ใช้เวลาเดินทางรวมเวลาต่อเครื่องอยู่ที่ประมาณ 17-20ชั่วโมง และ ต้องมีการเปลี่ยนเครื่องต่อเที่ยวบินอย่างน้อยหนึ่งครั้ง
การเดินทางจากสนามบินเข้ามาในตัวเมืองใช้เวลา ประมาณ 30-45 นาที สามารถเรียก Taxi หรือ ใช้UBER ได้ ค่ารถ UBER จะอยู่ที่ประมาณ 200-400 Rand ขึ้นกับขนาดรถและเวลาการเรียกใช้รถ ให้ระวังกลุ่มบุคคลมิจฉาชีพที่ ใส่เสื้อ UBER และมาเรียกให้ขึ้นรถโดยอ้างว่าจะได้ราคาค่าโดยสารที่ถูกกว่า ให้นักวิ่งขึ้นรถที่จุดนัดพบเท่านั้น

การกินอยู่, ที่พักและความปลอดภัย
สามารถแลกเงินสด (South African Rand) ไปได้ โดยอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทและเงินสกุล South African Rand จะอยู่ที่ประมาณ 1 Rand = 1.7-1.9 บาท หรือหากไม่สะดวกสามารถชำระค่าสินค้าหรือบริการโดยใช้บัตรเครดิตได้ หรือ บัตรเติมเงิน UTrip ก็ได้
ย่านที่พักที่ปลอดภัยและใกล้จุด Start/Finish คือ แถวสนามฟุตบอล DHL Stadium, Waterfront และSea Point แหล่ง Shopping ร้านอาหาร และร้านกาแฟ มีให้เลือกค่อนข้างเยอะที่บริเวณ Waterfront และทุกร้านสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้

เส้นทางแข่งมาราธอน
ทางวิ่งมาราธอนจะเริ่มและจบในบริเวณ ใกล้กับ DHL Stadium หรือ World Cup Stadium โดยเส้นทางจะวิ่งผ่านตัวเมือง และมุ่งหน้าไปทางชานเมืองด้านทิศตะวันออก หลังจากนั้นจะวกกลับมาวิ่งเลียบชายหาดช่วงห้ากิโลเมตรสุดท้ายก่อนไปเข้าเส้นชัย ช่วงวิ่งที่เป็นทางเรียบจะอยู่ที่ประมาณ 0-15 km และ 33-42 km ความชันสะสมรวมตลอดมาราธอน (Elevation Gian) จะอยู่ที่ประมาณ 250-280m
เวลา Cut-off ของสนาม Cape Town Marathon คือ 6.30 ชั่วโมง โดยจะมีกำหนดเวลา Time Cut-offที่กำหนดไว้ชัดเจนในจุดระยะทางระหว่างทางวิ่ง เช่น นักวิ่งต้องผ่านจุด 20 km ก่อนเวลา 10.20 , ต้องผ่านจุด36 km ก่อนเวลา 12.50 และต้องเข้าเส้นชัยก่อนเวลา 13.40

เส้นทางซ้อมวิ่ง
ทางซ้อมวิ่งเลียบชายหาดบริเวณ Sea Point สามารถวิ่งเป็นระยะทางไป กลับ ที่มากกว่า 10 km โดยเริ่มที่จุดเริ่มต้น Beach Road ใกล้ DHL Stadium และ วิ่งเลียบชายฝั่งบน Sea Point Promenade และไปกลับตัวที่ Queen Beach ซึ่งเส้นทางนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของทางวิ่ง 10 km และ มาราธอนอีกด้วย

ข้อมูลการสมัคร
อ้างอิงจากปี 2025-2026 Cape Town Marathon เริ่มประกาศรับสมัครแบบ Lottery ช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน และ ประกาศผล Lottery ช่วงปลายเดือน หลังจากนั้นหากนักวิ่งไม่ได้รับการสุ่มเลือกจากงานนักวิ่งสามารถเข้าร่วมการแข่งผ่านทาง Charity หรือ Official Tour Operator

สถานที่ท่องเที่ยว
หากไม่มีเวลาและต้องการเที่ยวภายในเมืองจะมีสถานที่ที่น่าสนใจหลายที่เช่น ขึ้น Cable Car ไปที่Table Mountain, ดูวิว Lion’s Head ที่ Signal Hill, เดินเล่นในสวนสาธารณะ กลางเมืองที่ The Company’s Gardens และ เดินชมวิวริมอ่าวและชอปปิ้งที่ Water Front
หากมีเวลาและต้องการท่องเที่ยวในเมืองใกล้เคียงก็สามารถซื้อทัวร์ ท่องเที่ยว ไปที่ Cape of Good Hope ซึ่งเป็นบริเวณแหลมที่ยื่นไปทางตะวันตกเฉียงใต้ที่ไกลที่สุดของทวีปแอฟริกา ,ไปดูกลุ่มชุมชนเพนกวินที่ Boulders Beach, ไปชมบริเวณเมืองเก่าและชมไร่ไวน์ที่ Stellenbosch หรือไปทัวร์นั่งรถซาฟารีชมสัตว์ Big Five (สิงโต,เสือดาว, ช้าง, ควาย และ แรด)
การท่องเที่ยวที่ Cape Town และ เมืองใกล้เคียงจะเหมาะกับท่านที่ชอบเที่ยวธรรมชาติและชอบชายหาด ภูเขา ทะเล และดูสัตว์ และจะไม่เหมาะกับท่านที่ชอบเที่ยวเมืองใหญ่ทันสมัย ดูสถาปัตยกรรม และชอปปิ้ง
การนับดาว Abbott Star Finisher
ณ ตอนนี้สถานะของ Cape Town Marathon คือ Abbott World Marathon Majors Candidate Race ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบและประเมินผลขั้นที่สอง ซึ่งหากผ่านขั้นนี้ไปได้จะทำให้ Cape Town Marathon กลายเป็น World Marathon Majors ลำดับที่ 8 ต่อจากลำดับที่ 7 คือ Sydney Marathon
เนื่องจากการแข่งปี 2025 ถูกยกเลิกในเช้าวันแข่งเนื่องจากสภาพลมแรงที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุกับนักวิ่ง จึงทำให้นักวิ่งมาราธอนปี 2025 ได้รับการยกเว้นค่าสมัครแข่งในปี 2026 และนักวิ่งมาราธอนทุกคนที่วิ่งจบตามกรอบเวลา cut off ที่ผู้จัดแจ้งไว้ จะได้รับดาวล่วงหน้าหรือดาวเฉพาะกาล (Provisional Star) หลังจบการแข่ง ซึ่งดาวที่ได้นี้จะถูกนับเป็นดาวจริง (Recognised Star) ก็ต่อเมื่อทางคณะกรรมการตรวจสอบของAbbott ได้ประเมินว่า Cape Town Marathon ผ่านการประเมินในขั้นที่สอง ซึ่งมีการคาดการณ์กันว่าการประกาศผลการประเมินจะมีขึ้นในสัปดาห์ถัดจากงาน Cape Town Marathon


